February 22, 2010
Posted by KOBSAK (ADMIN)
Fed’s Discount Rate Decision
เมื่อเช้าวันศุกร์ที่ผ่านมา ทางธนาคารกลางของสหรัฐ ได้ประกาศเพิ่มอัตราดอกเบี้ย Discount Rate ขึ้นเป็นครั้งแรกนับจากที่เกิดวิกฤตในช่วงที่ผ่านมา (ซึ่งนับเป็นงานสำคัญงานแรกตั้งแต่ Bernanke สาบานตนเข้ารับตำแหน่งรอบใหม่) การประกาศดังกล่าวทำให้หลายๆ คนกังวลใจว่า กระบวนการขึ้นดอกเบี้ยของสหรัฐได้เริ่มขึ้นแล้ว ซึ่งจะส่งผลต่อกระบวนการการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐในช่วงต่อไป วันนี้ก็จะขอมาวิเคราะห์ให้ทุกคนฟังครับ
Discount Rate คืออะไร
ถ้าจะสรุปง่ายๆ Discount Rate คือ อัตราดอกเบี้ยสำหรับเงินกู้ฉุกเฉิน ที่ Fed หรือธนาคารกลางสหรัฐ เรียกจากธนาคารพาณิชย์ที่ต้องการสภาพคล่อง แต่ไม่สามารถกู้ยืมใครได้ ก็มากู้ Fed ซึ่งในช่วงเกิดวิกฤต Subprime ปรากฏว่ามีสถาบันการเงินหลายแห่งไม่สามารถกู้ยืมจากใครได้ ต้องมาขอใช้บริการยืมเงินผ่านช่องทางนี้จาก Fed เป็นจำนวนมาก เพื่อดูแลปัญหาวิกฤตสภาพคล่องของตนเอง ตอนนี้ลดลงมาก เหลือแค่ประมาณ $10000 ล้านเท่านั้น (ทุกธนาคารกลางจะมีช่องทางนี้เตรียมไว้สำหรับธนาคารที่มีปัญหา)
แต่ที่ต้องเข้าใจ ก็คือ อัตราดอกเบี้ยตัวนี้เป็นคนละตัวกับอัตราดอกเบี้ยนโยบายของ Fed ที่รู้จักเรียกกันว่า Fed Fund Rate ซึ่งเป็นอัตราดอกเบี้ยที่ทุกคนไม่ว่าจะเป็น ธนาคารพาณิชย์ สถาบันการเงิน ตลาดทุน จะใช้อ้างอิง และเป็นดอกเบี้ยสำคัญที่สะท้อนถึงทิศทางของการดำเนินนโยบายการเงิน กำหนดระดับของดอกเบี้ยในระบบ ไม่ว่าจะเป็นดอกเบี้ยเงินฝาก ดอกเบี้ยเงินกู้ ดอกเบี้ยของพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐและหุ้นกู้เของเอกชน ในระยะสั้นและปานกลาง
ปกติแล้ว ดอกเบี้ยทั้งสอง มักจะเคลื่อนไหวไปด้วยกัน เวลาที่ Fed ปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ก็จะปรับอัตรา Discount Rate ไปด้วย โดย Discount Rate จะอยู่สูงกว่าดอกเบี้ยนโยบาย ประมาณ 1% เสมอมา (ที่สูงกว่าถึง 1% ก็เพราะว่า ต้องการจะให้ แบงก์พยายามไปหากู้ยืมจากตลาดก่อน ถ้ากู้ไม่ได้จริงๆ ก็มากู้จาก Fed ในอัตราที่แพงขึ้น)
จุดเปลี่ยนที่สำคัญ เกิดขึ้นในเดือนกันยายน 2007 หลังวิกฤต Subprime ได้เริ่มทวีความรุนแรงขึ้น และสถาบันการเงินมีปัญหาสภาพคล่องอย่างรุนแรง ไม่รู้ว่าจะไปพึ่งใคร ก็เลยต้องมากู้ยืมที่ Fed เพื่อช่วยลดต้นทุนให้กับสถาบันการเงินเหล่านั้น ในช่วงที่ตลาดไม่ทำงาน ธนาคารกลางสหรัฐจึงได้ปรับลดส่วนต่างระหว่างดอกเบี้ยทั้งสองลงอย่างต่อเนื่อง จาก 1% มาเป็น 0.5% ในช่วงปลายปี 2007 และเป็น 0.25% ในช่วงกลางปี 2008 และอยู่ในระดับดังกล่าว ตลอดเวลา ขณะเดียวกัน ก็ปรับจากที่เคยให้ยืมสั้นๆ 1 วัน เป็น 28 วัน 90 วัน และยาวกว่านั้น เพื่อช่วยแบงก์
ทำไมต้องปรับขึ้น
การปรับครั้งนี้ เป็นการปรับส่วนต่างระหว่าง Discount Rate กับ Fed Fund Rate กลับไปเป็น 0.5% เป็นการที่ปรับขึ้นเพื่อกลับไปสู่ปกติตามที่ใช้อยู่ในช่วงที่ก่อนจะเกิดวิกฤตเท่านั้น ซึ่งทางธนาคารกลางสหรัฐชี้แจงว่า เป็นส่วนหนึ่งของของแผน Exit Strategy หรือ แผนการที่จะกลับไปสู่ระบบเศรษฐกิจและระบบการเงินในช่วงปกติอีกรอบ
สำหรับภาคการเงินสหรัฐสิ่งที่ไม่ปกติ มีอยู่ 2 ด้าน ที่ต้องค่อยๆ ทำ
ความผิดปกติส่วนแรก - สภาพคล่องที่มีอยู่มากไป จากการปล่อยสภาพคล่องออกไปช่วยเหลือภาคการเงินในยามที่เกิดวิกฤตความเชื่อมั่นในช่วงที่ผ่านมา ตอนนี้ก็ต้องเริ่มคิดว่า จะดึงสภาพคล่องเหล่านี้กลับมาอย่างไร เพราะช่วงนี้ สถาบันการเงินไม่ได้มีปัญหาแล้ว และเงินจำนวนดังกล่าว ก็นั่งนิ่งอยู่เฉยๆ ในแบงก์ ทำให้ กลายเป็นแหล่งทุนที่ออกไปเก็งกำไรในตลาดการเงินต่างๆ ทั่วโลกในช่วงที่ผ่านมา
ความผิดปกติส่วนสอง – ดอกเบี้ยในสหรัฐที่อยู่ในระดับต่ำมากเป็นประวัติการณ์ เพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ
ตรงนี้ Fed ในถ้อยแถลงที่ออกมา ชี้แจงชัดเจนว่าตอนนี้ เมื่อสถาบันการเงิน ไม่ได้มีปัญหาแล้ว การปรับดอกเบี้ย Discount Rate ครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของแผนแรก คือ การกลับไปสู่ปกติของในส่วนของสภาพคล่อง และในส่วนของระบบการกู้ยืมเงินฉุกเฉิน ที่ได้ปรับผ่อนเกณฑ์เงื่อนไขต่างๆ ลงมาให้กู้ยืมได้ง่าย และนาน และถูก เพื่อต่อสู้กับปัญหาวิกฤตในสถาบันการเงินในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา เรียกว่าเป็นการปรับทางเทคนิค เพื่อดูแลสภาพคล่องเท่านั้ย
ทั้งนี้ ที่เฟดปรับขึ้นดอกเบี้ย Discount Rate ก็ไม่ใช่มาตรการเดียวที่ทำในเรื่องนี้ ในแถลงการฉบับเดียวกันประกาศปรับเปลี่ยน อายุของเงินกู้ยืมฉุกเฉินที่เดิมได้นานถึง 90 วันนั้น เมื่อเดือนมกราคมได้ปรับลดมาทีแล้วเหลือเพียง 28 วัน ตอนนี้ ก็กำลังกลับไปสู่ปกติ 1 วันเหมือนเดิม
พร้อมกันนั้น ยังมีเครื่องมือทางการเงินอื่นๆ ที่ Fed เตรียมไว้เพื่อดึงสภาพคล่องกลับ ตามแผนที่Fed ประกาศมาในช่วงที่ผ่านมา เช่น Reverse Repo การจ่ายดอกเบี้ยบน Excess Reserve และวันที่ 28 ธันวาคมได้ประกาศเพิ่มช่องทางใหม่ในการดึงเงินกลับ เรียกว่า Term Deposit Facility โดยที่จะให้สถาบันการเงิน สามารถที่จะฝากเงินที่ธนาคารกลางโดยได้รับดอกเบี้ยได้ เรียกได้ว่า เดินหน้าอย่างเต็มที่ เพื่อกลับไปสู่ความเป็นปกติด้านสภาพคล่องในระบบ
ปรับขึ้นแล้ว หมายความว่า Fed จะมีการปรับขึ้นดอกเบี้ย Fed Fund หรือดอกเบี้ยนโยบายหรือไม่ – ไม่
เพราะจากถ้อยแถลงที่ออกมา Fed ย้ำชัดเจนว่า อัตราดอกเบี้ยนโยบายหรืออัตราดอกเบี้ย Fed Fund Rate จะยังคงอยู่ในระดับต่ำมากๆ อีกระยะหนึ่ง
ที่น่าสนใจก็คือ Fed ออกมาบอกว่าเศรษฐกิจสหรัฐจะยังมีการว่างงานในระดับที่สูงไปอีกระยะหนึ่ง และเงินเฟ้อพื้นฐานจะยังอยู่ในระดับต่ำอีกในช่วง 2-3 ปีข้างหน้า
ในคืนวันที่มีการขึ้น Discount Rate กรรมการของคณะกรรมการนโยบายการเงินออกมาย้ำเรื่องนี้ 2 คน (คือ คุณ Duke กับคุณ Lockhart) มาย้ำว่า การปรับขึ้น Discount rate เป็นเพื่อจัดการเรื่องระบบการปล่อยสภาพคล่อง ไม่เกี่ยวกับ เรื่องระดับดอกเบี้ยในระบบ และอธิบายว่าสหรัฐยังต้องการดอกเบี้ยที่ต่ำอีกระยะหนึ่ง
ซึ่งตรงนี้ เมื่อลองคิดๆ ดู ก็เข้าใจว่า การที่ Fed เลือกที่จะออกมาประกาศเรื่องนี้ แบบ surprise ตลาด โดยไม่อยู่ในการประชุมนัดปกติ (ครั้งที่แล้วประชุมเมื่อวันที่ 26-27 มกราคม และครั้งต่อไปจะประชุมกันในวันที่ 16 มีนาคม) ก็แสดงถึงความตั้งใจที่จะไม่ให้ทุกคนสับสนว่ามีนัยเรื่องอัตราดอกเบี้ยนโยบาย และแยก 2 เรื่อง คือการปรับลดสภาพคล่องไปสู่ปกติ และการปรับดอกเบี้ยขึ้นไปยู่ในระบบปกติ ออกจากกัน
นัย และผลกระทบคืออะไร – นัยมีอยู่สองด้านหลักๆ
หนึ่ง – ผลต่อตลาดหุ้นและความเชื่อมั่นของนักลงทุน ตอนแรกก็ไม่แน่ใจ ในเอเชีย ยุโรปปิดลบลงไปมาก แต่ในสหรัฐไม่ได้มีผลเชิงลบมากนัก
ตอนแรกนักลงทุนคิดว่าเป็นสัญญาณเตือนว่า กระบวนการปรับขึ้นดอกเบี้ยกลับไปสู่ปกติจะเริ่มขึ้นแล้ว และจะเร็วกว่าที่เคยคาดไว้ แต่หลังจากที่ FED ออกมาอธิบาย และยืนยัน ความกังวลใจในเรื่องนี้ ก็ลดหายไป
ตอนหลังออกมามองกันว่า เป็นสัญญาณที่ดี ที่ทางธนาคารกลางมองว่า ปัญหาในภาคสถาบันการเงินจบลงไปแล้ว ไม่ต้องการเงินกู้ฉุกเฉิน ที่จะมาช่วยเหลือเหมือนตอนวิกฤตแล้ว ก็ถือเป็นข่าวดี ไม่น่าแปลกใจว่าหุ้นในสหรัฐปิดบวกเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา
สอง – ที่สำคัญไปกว่านั้น ก็คือ นัยต่อการสภาพคล่อง และการดึงเงินกลับ
สำหรับตลาดเงิน คงมีผลกระทบไม่มาก เพราะว่าปัจจุบันมีเงินเหลืออยู่ในช่วงทางนี้ไม่มากแค่ 1 หมื่นล้านดอลลาร์เท่านั้นเอง
แต่ที่จะมีผล คือการดึงสภาพคล่องกลับในส่วนที่เหลือ หลังจาก FED เริ่มทยอยดึงเงินกลับ ตรงนี้จะมีผลต่อปรากฏการณ์ Dollar Carry trade ที่เกิดขึ้นเมื่อปีที่แล้ว เพราะมี Dollar Carry Trade ก็มาจากการที่สหรัฐมีสภาพคล่องล้น ต้นทุนในการกู้ยืมก็ต่ำ และค่าเงินดอลลาร์ก็อ่อน
เงินที่เคยไหลไปที่ประเทศต่างๆ ก็จะไหลได้น้อยลงจากเดิม แต่ก็คงจะไหลอยู่เพราะว่ายังมีเงินจำนวนมากอยู่ที่ในสถาบันการเงินของสหรัฐ และสถาบันการเงินในสหรัฐยังไม่สามารถที่จะปล่อยกู้ได้ ตรงนี้ ก็จะมีความผันผวนระยะสั้นๆ กับ ค่าเงิน ตลาดพันธบัตร และตลาดการเงินสั้นๆ
เรียกว่าน่าสนใจ และ ถ้าจะว่าไปแล้ว การประกาศครั้งนี้ เป็นการสั่นระฆังของ FED ว่า ฉันเอาจริงนะ และจะเริ่มทยอยดึงเงินที่ล้นอยู่ และไม่จำเป็นที่จะต้องใช้แล้วกลับคืน ก็ต้องติดตามกันต่อไปครับ









23 Comments
February 22, 2010 at 01.01 PM
สวัสดีค่ะ ดร กอบศักดิ์ ขอบคุณนะค่ะ วันนี้ฟังแต่เช้าเเล้วค่ะ
เข้าใจขึ้นมากทีเดียวค่ะ ขอบคุณมากนะค่ะ
ยุ่งงานนิดหน่อยนะค่ะ
ช่วงนี้ดร กอบศักดิ์ รักษาสุขภาพด้วยนะค่ะ
February 22, 2010 at 01.19 PM
ขอบคุณค่ะ เท่าที่ฟังคือ ไม่ถือเป็นการส่งสัญญาณว่า Fed เปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจและทิศทางนโยบายการเงิน
February 22, 2010 at 01.24 PM
สวัสดีค่ะ ดร กอบศักดิ์ และ คุณเอิ้น คุณ Jiraphorn นะค่ะ
ขอบคุณมากค่ะ งานยุ่งเช่นกันค่ะ ^^ แต่สู้ตาย !
ปัญหาที่สงสัย ทำไมตลาดหุ้น มักจะเป็นอะไรที่ผันผวนได้ใจ ขึ้นมาได้ใจมากค่ะ แต่งงๆๆค่ะ แต่ก็นั่นแหละอย่าหาความความแน่นอนเลย ก่อนหน้ากลัวกันมาก นึกว่าจะยืดเยื้อกดดัน ทำไปทำมา ฯลฯ (เฮ่อ!!) บ่นยังกะคนแก่ อิอิ
ไปล่ะค่ะ ไปทานข้าวก่อน ขอให้อร่อยๆนะค่ะ
February 22, 2010 at 02.05 PM
ขอบคุณมากมากครับ ดร.กอบศักดิ์ ,เคลีย์ ชัดเจน ครอบคลุมครับ ,
งานดร.กอบศักดิ์มาก เป็นกำลังใจครับ
ปล.คุณวิจิตรา ยังไม่แก่ครับแต่อายุไม่น้อยครับ อิ อิ ล้อเล่นนะครับ 555
February 22, 2010 at 03.30 PM
ขอกรี๊ดดด !! ค่ะ ช่วงนี้เป็นอย่างไรค่ะ หวังว่าสบายดีค่ะ อายุเป็นเพิ่งตัวเลขค่ะ 555
พูดเรื่อง ดอกเบี้ย การขึ้น Discount Rate นะ ดิฉันก็เข้าใจมาก เดี่ยวนี้ดิฉันเหมือนจะรู้เรื่องอะไรไปเยอะมาก เพราะได้ความรู้ ความจริงดิฉันก็มี SET Index อยู่อย่างเดียว ดิฉันก็มานั่งสงสัยตนเองว่าดิฉันจะรู้อะไรมากมาย Fund Flow ก็ไม่รู้จะมาหรือเปล่า ?? มาก็ได้ ไม่มาก็ได้ เพราะดิฉันงง
ดิฉันไป FIF แล้วนะ ไปแค่สมัครแต่ไม่ลงตังค์เลยนะค่ะ เพราะว่าดิฉันสงสัย ค่าธรรมเนียม กำลังเปรียบเทียบ แต่ตอนนี้มันก็แห้งเเล้งมากๆๆ อยากรู้ว่า กองทุนน้ำ มันจะช่วยอะไรมั้ย อิอิ ตลกมากๆๆค่ะ
ดิฉันชอบมาก เรื่องที่เกิดขึ้นมันทำให้ดิฉัน ตื่นเต้น ตื่นตัวตลอดเวลา ไม่น่าจะเบื่อง่ายๆๆว่ามั้ยคุณตอโต้ง มีอะไรใหม่ๆๆให้รู้เสมอมา ฉีกกฎเลยนะค่ะ อิอิ เพราะงานประจำก็คงจะน่าเซ็งๆๆบ้างบางที อิอิ
Be Happy naka ^^
February 22, 2010 at 04.00 PM
ดร กอบ ขอบคุณมากครับ ตอนแรกก็ตกใจครับ แต่ก็เข้าใจแล้วครับ 2-3วันคนก็ออกมาพูดว่าอาจจะขึ้นดอกเบี้ยนโยบายบ้าง และเชื่อมโบงมาที่ประเทศไทย ผมยังมองไม่เห็นว่าดอกเบี้ยนโยบายประเทศไทยขึ้นจะมีผลต่อ SET Index อ่ะครับ ผมก็ไม่มีข้อมูลมายืนยันนะครับแต่ว่า SET Index ช่วงนี้ทำเอาคนรับข่าวแย่ๆๆไปเอง ความจริงไปรับข่าวเอาไว้เองอ่ะครับ 555
สวัสดีครับ คุณเอิ้น คุณ Jiraphorn คุณวิจิตรา คุณตอโต้ง ขอให้โชคดีในการลงทุนนะครับ
February 22, 2010 at 05.52 PM
สวัสดีค่ะ อาจารย์ กอบ ^^
เมื่อเช้าเมย์ก็ได้ดูด้วยนะค่ะ ขอบคุณค่ะ ก่อนหน้านี้ไม่ค่อนจะภาษาค่ะตอนนี้ก็เข้าใจค่ะ
ลงทุนไปด้วย และคิดว่าเหมือนเรียนเศรษฐศาสตร์ไปด้วยค่ะ สนุกดีค่ะ
แต่ว่าก็สนใจมาก ไม่แน่อาจจะเรียนต่อนะ อิอิ ^^
อาจารย์ ขอให้มีความสุขมากๆๆค่ะ ช่วงนี้ข่าวเยอะมากมาย เมย์ก็เหนื่อยใจค่ะ ขอบอกค่ะ ทุกท่านก็อย่าเครียดมากค่ะ
เพราะอาจจะมีภาวะงงอยู่ แต่ไม่ต้องคิดมากค่ะ
ไม่ว่าจะเป็น สถานการณ์บ้านเมืองแบบไหน เราก็ยังต้อง กิน ต้อง ใช้ ขับรถไปทำงาน ค่ะ ดังนั้น ก็ สบายใจขึ้นค่ะ
ปล
คุณตอโต้งค่ะ ช่วงนี้มีข่าวเรื่องพิษสุนัขบ้า ก็ระวังด้วยนะค่ะ อย่ามัวแต่ดูจอ อยู่นะ 555
คุณวิจิตรา จะอารมณ์ดีมากเลยนะ ^^ อิอิ
February 22, 2010 at 06.33 PM
ขอบคุณอาจารย์กอบครับ ครบถ้วนตรงประเด็น
ไม่รู้เห็ดฟันจะทำอย่างไรบ้างน้อ กับเหตุการณ์นี้
February 22, 2010 at 09.48 PM
ขอบคุณครับ ดร. ทำให้รู้จักเรื่องเครื่องมือหรือนโยบายชัดเจนครับ หายข้องใจครับ
February 22, 2010 at 10.50 PM
ผมสบายดีครับคุณวิจิตรา ,ดีใจด้วยครับ ลงทุนแบบมีความสุขและสนุกกับมันครับ ,ช่วงนี้หลายๆท่านงานยุ่งกันทุกคน เป็นการตอกย้ำครับว่า เศรษฐกิจ ดีขึ้นจริงๆ ,ถ้าจะมองโลกแง่ดี การเมืองที่วุ่นวายจนเราเราชาชินกันแล้ว ,
“เงินกำลังจะหมุนไป หมุนไป ” ครับ ,รับงาน + วางบิล + เก็บเช็ค +ใช้จ่าย สู้แล้วรวยกระจายรายได้ 555 ,
Happy Happy เช่นกันครับ
February 22, 2010 at 11.12 PM
คุณเมย์ สวัสดีครับ ,”พิษสุนัขบ้า ผมไม่กลัวครับ กลัว แต่พวก “คนบ้าทำบ้านเมืองเดือดร้อน” ครับ อิ อิ ,
สบายดีนะครับ ,ผมไม่ค่อยได้ดูจอครับ กลับมาค่ำค่ำค่อยดูว่า … ขึ้น—ลง … ,
ก๊อกก๊อกแก๊กแก๊กไปเรื่อยครับ ซื้อได้ในราคาที่ตั้งใจไว้บ้างครับ ดูไปเรื่อยๆครับ,
คุณเมย์เจอคุณรองเท้าฟางที่ไหนบ้างมั้ย ? เห็นแกหายไปเลย ,ว่าจะมีเรื่องถามแกเรื่องของนำเข้าจากจีน ! ,
ว่างๆคุยกันครับ Happy Happy ครับ
ปล. ขอเพลงอีกนะครับ เอาแบบ Happy In Love นะครับ,สดใส สดใส ครับ
February 23, 2010 at 08.03 AM
สวัสดีค่ะ อาจารย์ กอบศักดิ์
ขอบคุณมากค่ะ ขวัญว่าอาจารย์ อธิบายเข้าใจง่ายๆ ขนาดขวัญไม่เก่งมากก็ยังพอจะทำความเข้าใจได้อย่างดีค่ะ
เมื่อวานเป็นหวัดเล็กน้อยนะค่ะ อาจารย์ก็ต้องรักษาสุขภาพด้วยนะค่ะจะได้ไม่เป็นหวัดนะค่ะ ^^
สวัสดีค่ะ ทุกท่าน ดูแลสุขภาพด้วยนะค่ะ
February 23, 2010 at 09.19 AM
สวัสดีค่ะ ดร กอบศักดิ์
ขอบคุณนะค่ะ สำหรับเรื่อง Discount Rate ค่ะ
ดูแลรักษาสุขภาพด้วยนะค่ะทุกคนค่ะ มีเรื่องมากๆๆจริงๆๆค่ะ ช่วงนี้ค่ะ
February 23, 2010 at 11.09 AM
ขอบคุณครับ
February 23, 2010 at 12.14 PM
ขอบคุณค่ะ ดร กอบศักดิ์ เข้าใจหายข้อสงสัยค่ะ ขอบคุณค่ะ
ขอให้มีความสุข ขอให้สุขภาพแข็งแรงด้วยคะ
February 23, 2010 at 10.41 PM
ขอบคุณมากค่ะ เข้าใจมากอย่างยิ่งค่ะ
February 24, 2010 at 09.40 AM
ครับ ขอบคุณครับ ดร กอบศักดิ์
ขอให้มีความสุข สุขภาพแข็งแรงครับ ดร กอบ
February 24, 2010 at 10.41 AM
ขอบคุณครับ ดร. ก็ผันผวนเป็นระลอกๆครับ ทั้งบ้านเรา บ้านเขา
แต่บ้านเราทั้งข่าว ทั้งอะไร สับสนดีครับ
February 24, 2010 at 12.51 PM
สวัสดีค่ะ แวะมาขอบคุณมากค่ะ ดร กอบศักดิ์
March 3, 2010 at 08.20 AM
ดร กอบศักดิ์ ขอบคุณครับ
March 4, 2010 at 11.38 PM
ขอบคุณมากค่ะอาจารย์
April 6, 2010 at 06.05 PM
มีโอกาสได้แวะเข้ามา ได้รับความรู้เพิ่มขึ้นค่ะ ขอขอบคุณ และหวังว่าจะได้รับความรู้ updated ต่อไปค่ะ
May 21, 2010 at 06.41 PM
Discount Rate เปรียบเทียบได้กับอัตราดอกเบี้ยใน Loan Window ของไทยไหมคะ
Leave a comment