January 8, 2010
Posted by KOBSAK (ADMIN)
Economists’ Views on US Recovery
เมื่อวันที่ 2-5 มกราคมที่ผ่านมา มีการประชุมใหญ่ของสมาคมนักเศรษฐศาสตร์ของสหรัฐอเมริกาประจำปี 2553 ที่เมือง Atlanta มลรัฐ Georgia (เมื่อ 15 ปีทีแล้ว เคยไปประชุมใหญ่นี้มาครั้งหนึ่ง ตอนนั้นจัดที่ San Francisco ครับ เรียกว่าตื่นตาตื่นใจมาก เห็นนักเศรษฐศาสตร์ดีดีมากมาย) ครั้งนี้ก็เช่นกัน มีคนมามาก วันนี้จึงอยากเอามาเล่าให้ฟัง สนุกๆ เบาๆ
มุมมองที่น่าสนใจจากการประชุมครั้งนี้ คืออะไร
การประชุมครั้งนี้เป็นโอกาสที่ดี ที่นักเศรษฐศาสตร์สหรัฐจะได้มาเจอกันเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็น โดยเฉพาะในประเด็นเรื่องของวิกฤตและการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ โดยประเด็นสำคัญที่สุดที่คนสนใจมาก ก็คือ โอกาสในการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐอเมริกาในปี 2010 และความจำเป็นที่จะต้องมีแผนกระตุ้นเศรษฐกิจแผนที่สอง
อยากจะเริ่มจากคนที่มีชื่อเสียงโด่งดังที่สุด ก็คือคุณ Paul Krugman เจ้าเก่าของเรา ซึ่งเป็นนักเศรษฐศาสตร์รางวัลโนเบล
Paul Krugman ชี้ว่า แม้ในช่วงต้นปี เศรษฐกิจสหรัฐจะดูสดใส ตัวเลขการปลดคนงาน และตัวเลข GDP ของสหรัฐ คงจะออกมาน่าพอใจ แต่ยังคงมีโอกาสที่เศรษฐกิจสหรัฐจะกลับไปสู่ภาวะถดถอยอีกรอบในช่วงปี 2010โดยโอกาสนี้แม้ไม่มากคือประมาณ 30% แต่ก็ถือว่าสูงพอสมควร ก็ถือว่าเป็นการออกมาเตือนให้ไม่ประมาท
ทำไม Paul Krugman จึงคิดและพูดเช่นนั้น
- ส่วนหนึ่งมาจากความกังวลใจที่ว่า ทางการสหรัฐจะเลิกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเร็วจนเกินไป ทั้งในส่วนของนโยบายการเงินและนโยบายการคลัง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พอสัญญาณทางเศรษฐกิจเริ่มดีขึ้น ก็จะมีคนกดดันให้ธนาคารกลางเลิกอัดฉีดเงิน เริ่มขึ้นดอกเบี้ย และรัฐบาลหยุดการใช้จ่ายเพราะหนี้ภาครัฐเริ่มสูง
- ตรงนี้มีบทเรียนจากในอดีต ปี 1937 ก็เคยพลาดมาแล้ว จนเศรษฐกิจตกต่ำรอบที่สอง ปี 2002 ที่เศรษฐกิจสหรัฐโตประมาณ 5.8% หลังจาก Dotcom crisis นึกว่าจบแล้ว แต่ว่าปัญหาการว่างงานยังเพิ่มขึ้น หรือกรณีของญี่ปุ่นในปี 1996 ที่เศรษฐกิจดีมากขยายตัว 12% แต่สุดท้ายก็กลับไปซึมๆ อีกรอบหนึ่ง อีกเกือบ 4-5 ปี เรียกได้ว่าฟื้นอย่างไม่ยั่งยืน
- Paul Krugman วิเคราะห์ว่า ที่เศรษฐกิจดีขึ้นได้ช่วงนี้ก็เพราะว่า บริษัทมีการสะสม stock สินค้ารอบใหม่ หลังจากปรับลดลงไปช่วงเกิดวิกฤต แต่ว่าการกระตุ้นที่มาจากการสะสม stock ปกติมักจะเกิดขึ้นไม่นาน ช่วยขับเคลื่อนการขยายตัวของเศรษฐกิจได้ชั่วคราว 1-2 ไตรมาสถ้าหวังจะเห็นการฟื้นตัวที่ยั่งยืน ต้องรอการลงทุนภาคเอกชนและการบริโภคภาคเอกชน
- นอกจากนี้ ถ้าย้อนกลับไปวิเคราะห์ข้อมูลในอดีตพบว่า การเจริญเติบโตของสหรัฐเกิดมาจาก 2 ส่วนเป็นสำคัญ (1) Housing boom และ (2) Consumption boom แต่การฟื้นตัวรอบนี้ ดูแล้วยากที่หัวพึ่งพาการลงทุนในภาคอสังหาและการสร้างบ้านใหม่อีกรอบ เพราะว่าปัจจุบัน ยังมีบ้านเหลืออีกมาก นอกจากนี้ ผู้บริโภคก็ยังจนลงไปมาก เป็นพวกคนเคยรวย มีความมั่งคั่งหายไปถึง 11 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ จากราคาบ้าน ราคาหุ้นที่ลดลง ยากที่จะกลับไปใช้จ่ายเหมือนเดิม
แล้วจะไม่มีปัจจัยอื่นมาช่วยในการขยายตัวได้เลยหรือ เช่นการลงทุนและการ ส่งออก
Paul Krugman บอกว่า การฟื้นตัวที่มาจากลงทุนขอภาคเอกชนก็คงเกิดได้ยาก เพราะตอนนี้ยังมีกำลังการผลิตเหลืออยู่มาก และค่าเช่าอาคารก็ยังคงตกลง จากจำนวนอาคารสำนักงานที่ว่าง อยู่ ส่วนด้านการส่งออก ก็พึ่งได้จำกัด เพราะส่งออกฟื้น แต่การนำเข้าก็ฟื้น ทำให้ตัวเลขการขาดดุลการค้าก็กำลังเพิ่มขึ้นจากที่เคยตกลงไป และจีน และเอเชียก็ไม่ช่วย เพราะยังพยายามดูแลค่าเงินของตนเองอยู่
ด้วยเหตุนี้ จึงมีโอกาสที่การฟื้นตัวที่กำลังเริ่มอาจจะไม่ยั่งยืน โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าทางการเลือกทางเดินในการดำเนินนโยบายผิด คือ พยายามหยุดกระตุ้น แทนที่จะกระตุ้นเพิ่ม
เพราะมาตรการการคลังสหรัฐ จะส่งผลสูงสุดที่กลางปีนี้ แล้วก็หมดลงไป แต่ในช่วงนั้น การว่างงานก็จะยังคงอยู่ในอัตราที่สูงอยู่มาก นอกจากนี้ธนาคารกลางก็กำลังอยากจะถอนมาตรการช่วยเหลือด้านสภาพคล่องออกไปด้วย
และนำไปสู่ประเด็นเรื่องแผนกระตุ้นรอบที่ 2 ซึ่ง Krugman คิดว่าแผนแรกใช้เงินน้อยไปมาก และควรทำแผนที่สองมาหลายเดือนแล้ว แต่รัฐสภาและรัฐบาลสหรัฐยังคงไม่เอาจริง ยังคงช้าในเรื่องนี้อยู่ แต่ตรงนี้ท้ายสุดก็ต้องทำ
นักเศรษฐศาสตร์คนอื่นๆ คิดอย่างไร
มีอีกหลายคนที่น่าสนใจ Martin Feldstein นักเศรษฐศาตร์ชื่อดัง (เคยเป็นประธานที่ปรึกษาด้านเศรษฐศาสตร์สมัยประธานาธิบดีเรแกน) ก็คิดเช่นเดียวกันว่าปัญหาทางเศรษฐกิจยังไม่จบลงไป โดยบอกว่า ยังมีความเสี่ยงที่เศรษฐกิจสหรัฐอาจจะหมดแรงในช่วงปี 2010 และนำไปสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอยอีกรอบหนึ่ง
ส่วนหนึ่ง เป็นผลมาจากการที่รัฐบาลจัดสรรโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจได้ไม่ดีพอ เลยทำให้ผลของการใช้จ่ายภาครัฐจำนวน 780,000 ล้านดอลลาร์ ส่งผลช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้ไม่เต็มที่ ไม่ได้ตามวงเงินที่มีอยู่ และไม่ได้ตามที่ควรจะได้
แม้ว่าในช่วงครึ่งหลังของปีที่แล้ว เศรษฐกิจสหรัฐไปได้จากการใช้จ่ายของภาครัฐ และแรงจูงใจของภาครัฐเป็นสำคัญ ทั้งในส่วนเรื่องของการซื้อบ้าน ซื้อรถ แต่ว่า ปัจจัยลบต่างๆ ในระบบเศรษฐกิจก็ยังคงมีอยู่ และเป็นสิ่งที่จะทำให้การฟื้นตัวที่เกิดขึ้นไม่ยั่งยืน
ทั้งนี้ ถ้าฟื้น ก็คงยากที่การฟื้นตัวได้อย่างเข้มแข็ง เพราะตลาดบ้านและตลาดอาคารสำนักงานยังไม่ดี และแบงก์ยังไม่ปล่อยกู้
ในระยะยาวที่ต้องกังวลใจก็คือ ปัญหาหนี้ภาครัฐของสหรัฐที่กำลังเพิ่มขึ้นและต้องกลับมาแก้ไขกัน
ตรงนี้ สอดรับกับ Joseph Stiglitz นักเศรษฐศาสตร์รางวัลโนเบล ที่บอกว่า คงยากที่สหรัฐจะเห็นการฟื้นตัวที่เข้มแข็งไปอีกระยะหนึ่ง เพราะสิ่งที่สร้างงานให้กับสหรัฐในช่วงที่ผ่านมา คือภาคอสังหาและภาคการเงิน คำถามคือจะหาอะไรมาทดแทนแรงขับเคลื่อนของเศรษฐกิจเหล่านี้ นอกจากนี้ การปรับตัวทางเศรษฐกิจ ก็ยังเกิดได้ไม่เต็มที่ เพราะเจ้าของบ้านที่ราคาบ้านยังตก ยังลบอยู่ ยังจ่ายหนี้บ้านไม่จบ ก็ไม่ต้องการที่จะย้ายบ้านเพื่อไปรับงานใหม่ที่รัฐอื่นๆ
ส่วนนักเศรษฐศาสตร์ท่านอื่นๆ ก็บอกว่าเศรษฐกิจสหรัฐคงโตประมาณ 2% ไปอีกระยะ
นัยคืออะไร
น่าสนใจกับแนวคิดเหล่านี้ ถือเป็นการเตือนใจ เพราะช่วงนี้มีแต่คนบอกว่าจะดี บางครั้งจนเราหลงเชื่อไปเลยว่าน่าจะดีมาก แต่ครั้งนี้หลายคนที่เก่งๆ ออกมาเตือนว่า ให้ระมัดระวัง ปีนี้อาจจะไม่ได้ดีเหมือนกับที่คิด และระยะยาวต่อให้ฟื้นก็จะซึมๆ 2% ไประยะหนึ่ง
ช่วงนี้คงต้องรอตัวเลขเดือนกุมภาพันธ์ว่า สำหรับไตรมาสที่ 4 การขยายตัวของว่าเศรษฐกิจสหรัฐเป็นอย่างไร ถ้าแผ่วลงจากไตรมาส 3 ที่ขยายตัว 2.2% ก็ต้องระวัง เพราะว่าตามปกติแล้วหลังการฟื้นตัวเริ่มได้ 2 ไตรมาส เศรษฐกิจจะดีมาก จะขยายตัวได้ถึง 6-8% อยู่ระยะหนึ่ง เพื่อสร้างงาน และเอาคนที่ตกงานเข้าสู่ระบบอีกรอบ
แต่ครั้งนี้ ถ้าขยายตัวไม่ได้ถึงในระดับนั้น การฟื้นตัวที่เกิดขึ้นคงไม่พอที่จะสร้างงานให้กับคนที่ตกงานอยู่ในสหรัฐ ซึ่งมีเป็นจำนวนมาก และหมายถึงควายืดเยื้อในการฟื้นตัวของวิกฤตครั้งนี้
ก็ต้องตามกันต่อไปครับ โดยตั้งอยู่บนความไม่ประมาทครับ









34 Comments
January 8, 2010 at 07.58 AM
สนใจอยากอ่านคุณ Krugman เพิ่มเติม สามารถอ่านได้ที่
1. บทความที่เขียนใน New York Times (บทความใหม่ๆ อยู่ตรง มุมซ้ายล่างของหน้า)
http://topics.nytimes.com/top/opinion/editorialsandoped/oped/columnists/paulkrugman/index.html
2. Blog ของ Krugman – มี update ประเด็นใหม่ๆ ทุกวันครับ
http://krugman.blogs.nytimes.com/
3. รวม Krugman อธิบายประเด็นเศรษฐกิจที่สำคัญๆ
http://krugman.blogs.nytimes.com/2009/10/06/krugman-responds-readers-questions/
January 8, 2010 at 09.03 AM
ขอบคุณมากค่ะ เป็นที่น่าสนใจที่ความคิดเห็นของ Paul Krugman และ Martin Feldstein สอดคล้องกันค่ะ
ขอบคุณมากอีกครั้ง
January 8, 2010 at 09.34 AM
ขอบคุณมากค่ะ
อาจารย์ สบายดีนะค่ะ วันนี้วันศุกร์เเล้ว ขอให้มีความสุขค่ะ
January 8, 2010 at 10.41 AM
สวัสดีครับ ดร กอบศักดิ์ ขอบคุณมากครับ
เพราะเมื่อวานฟังเเล้วสนใจครับ ก็แวะมา Blog ครับ
ขอบคุณมากครับ
January 8, 2010 at 11.21 AM
อาจารย์กอบศักดิ์ ขอบคุณมากค่ะ
January 8, 2010 at 12.36 PM
แอ้มขอบคุณนะ ดร กอบศักดิ์ แอ้มชอบมากเรื่องที่พูด
ดร กอบศักดิ์ บอกว่าเคยไปเมื่อ 15 ปีทีแล้ว ดูเหมือนนานมากค่ะ
ตอนนั้นพูดเหมือนนานเลยค่ะ
แต่ดร กอบศักดิ์ เคยไปแล้ว น่าประทับใจแทนจริงๆค่ะ
แอ้มชอบดร กอบศักดิ์มากค่ะ
January 8, 2010 at 12.40 PM
ขอบคุณมากๆๆ ค่ะ
ดร กอบศักดิ์ ขอให้ติดตามเรื่อยๆค่ะ
ขอบคุณอีกครั้งค่ะ
January 8, 2010 at 02.14 PM
ขอบคุณมากค่ะ เพราะว่าสนใจมากค่ะ
January 8, 2010 at 02.49 PM
ดร กอบ ขอบคุณมากครับ
January 8, 2010 at 03.13 PM
ขอบคุณมากค่ะ มาอ่านอีกรอบก็เข้าใจมากขึ้นค่ะ
ขอบคุณจริงๆค่ะ
January 8, 2010 at 03.16 PM
ดร กอบศักดิ์ เคยไปร่วมประชุมเมื่อหลายสิบปีมาแล้ว คิดไม่ออกเลยนะค่ะว่าผ่านมาไม่นานเลยนะค่ะ
และ ทำไมตอนนั้นถึงได้รับเลือกไปค่ะ เก่งมากค่ะ เจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงานเรื่อยๆนะค่ะ
จะเป็นกำลังใจค่ะ เพราะเชื่อมากว่า จะประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่เเน่นอนค่ะ
January 8, 2010 at 04.54 PM
ขอบคุณครับ ดร กอบศักดิ์ สำหรับเรื่องนี้ครับ เพราะผมก็อยากจะทราบมุมมองของนักเศรษฐศาสตร์ ของโลกครับว่าควรมีมาตรการหรือไม่ ครับ และเขาคิดอย่างไร
January 8, 2010 at 05.01 PM
ขอบคุณค่ะ
รบกวนดร กอบ ติดตามเรื่อยๆนะค่ะ
เพราะว่า ก็ติดตามดร กอบ เสมอค่ะ
เนื่องจากบอกว่าปัจจัยเสี่ยงยังมากอยู่ และ เศรษฐกิจยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ ย่อมจะเสี่ยง
ดร กอบศักดิ์ น่าจะบอกแรนวการลงทุนหน่อยนะ เหมือนตอนที่ไปฟังสัมมนา M&W
ที่ยังบอกว่า อะไรดี แล้วปีที่แล้วก็ดีมากค่ะ ขอบคุณมากค่ะ
January 8, 2010 at 05.07 PM
ดร กอบครับ
Forbes เพิ่งจัดอันดับของ Paul Krugman ครับ
และนักธุรกิจให้ความสนใจมากเป็นอันดับที่ 3 ของโลก Blog Nytimes ที่เขาเขียนครับ
ผมก็ดีใจครับ ที่ดร กอบศักดิ์ เคยเรียนกับท่านด้วย
ส่วนตัวผมเคารพและชื่นชมท่านเสมอครับ
ขอบคุณมากครับ ที่มาบอกนัย ครับ
มีความสุขกับวันหยุดเสาร์ อาทิตย์ครับ
January 8, 2010 at 05.35 PM
สวัสดีครับ ดร กอบศักดิ์
วันนั้นพฤหัสบดีที่ผ่านมาผมได้ดูด้วยครับ
ดร กอบศักดิ์ ครับ ไปมาแล้วเมื่อ 15 ปีที่แล้ว ผมยังไม่เกิดเลยนะครับ แล้วตอนนั้นเศรษฐกิจเป็นยังไงครับ สหรัฐอเมริกา
ดร กอบศักดิ์ ตอนที่เรียนหนังสือที่ MIT อยู่เมืองนอกนานกี่ปีครับ ตอนเรียนสนุกมากหรือเปล่าครับ
และ Paul Krugman เป็นอาจารย์ ดร กอบศักดิ์ แล้วสอนเข้าใจดีหรือเปล่าครับ
นิสัยใจดีหรือเปล่าครับ
แล้วนิสัยใจดีหรือเปล่าครับ
ผมก็อยากรู้แล้วว่า Paul Krugman เป็นใครครับ
ดร กอบศักดิ์ วันนี้ผมขอให้มีความสุขมากๆครับ
และ ก็ คงมีคนมาเยอะอยู่ ถ้าเขามานะครับ เพราะว่าวันนี้ที่โรงเรียนก็มีงานวันเด็กด้วยครับ
แต่ว่าไม่ค่อยมีอะไรมากครับ สนุกๆมากกว่าครับ
เพิ่งกลับมาครับ
ผมจะมาหาใหม่ครับ ขอไปดู ไปอ่านเรื่องอื่นๆก่อน
ไม่การบ้าน เพราะ อาจารย์ให้ของขวัญวันเด็กครับ ดีใจมากครับ
เพราะว่า บางทีก็ขี้เกรียจทำเป็นบางวันครับ
แล้วจะมาดูแลครับ ดร กอบศักดิ์ มีความสุขนะครับ
ดร กอบศผมก็ดีใจที่ดร กอบศักดิ์
January 8, 2010 at 05.40 PM
Paul Krugman เป็นอาจารย์ ของ ดร กอบศักดิ์ ครับ สมัยเรียนที่ MIT ครับ
เรื่องนิสัยใจคอ ไม่ทราบครับ แต่น่าจะดีมากครับ
Krugman เป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวางในแวดวงเศรษฐศาสตร์
สาขาการเงินและการค้าระหว่างประเทศ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากการนำเสนอทฤษฎีการค้าใหม่ (New trade theory) ที่เป็นครั้งสำคัญของการรื้อทฤษฎีการค้าระหว่างประเทศ ครับ สุดยอดนักเศรษฐศาสตร์ขวัญใจคนอเมริกันครับ
และ เป็นนักเศรษฐศาสตร์ชื่อดังระดับโลก
ได้รับรางวัลโนเบล และมีอิทธิพลทางความคิดด้านเศรษฐกิจเสมอ
ทุกคำที่เขาพูด ทุกถ้อยคำที่เขาพูด ทุกคนล้วนให้ความสนใจ
และ จำได้ว่าปีที่แล้วครับ เขาออกมาพูดเรื่อง ภาวะถดถ้อยได้สิ้นสุดแล้ว ครับ
ก็ทำให้หลายคนก้าวเท้ามาพูดเช่นกันครับ
January 8, 2010 at 05.47 PM
ขอบคุณมากครับ ผมว่าแล้ว
คนเก่งๆมักมีครูที่เก่งและ ที่สำคัญมากครับ การเลือกที่จะเชื่อว่าเราเชื่อใครครับ
เพราะเราเลือกเเล้ว ต้องบอกว่า เลือกแล้วนะครับ เพราะว่าการเลือกคือ ฟังมาแล้วหลายคน แต่ว่า ขอเลือกคนนี้แล้วกันครับ ว่าน่าเชื่อถือ และเราจะไม่ไปไขว้เขว้ คนที่ถูกเลือกว่า เก่งจริงและรู้จริงหรือเอาที่เราเข้าใจที่เขาพูด
ไม่ช้าไม่นาน เราก็จะเก่งได้ครับ
ผมเลือกแล้วครับ ผมเลือกเชื่อฟัง ดร กอบศักดิ์ ครับ
และผมคิดว่า ผมคิดถูกครับ (ความคิดของผมครับ)
ส่วนใครจะคิดเหมือนหรือต่างจากผม ผมไม่ยุ่งหรอก เพราะว่า เขาก็เลือกแล้วเหมือนกัน
และถ้าใครจะมาว่าผม ว่าผมทำไมถึงเชื่อ ดร กอบศักดิ์
ผมจะบอกว่าแล้วคนไหนทำให้ผมเข้าใจอะไรต่างๆๆมากๆๆ มาถึงวันนี้ได้
ถ้าไม่ใช่ดร กอบศักดิ์
ผมชอบดร กอบศักดิ์ มากครับ
บางคนที่น้อยมากที่ไม่ชอบ แต่ผมคิดว่าคนที่มาก มากจนผมไม่รู้ว่าแค่ไหน ที่ชอบดร กอบศักดิ์
เพราะ ดร กอบศักดิ์ เป็นคนที่ดี ทั้งความรู้ และ นิสัยที่ดีครับ
แล้วคุณอา ผมเรียกว่า อา หรือ พี่ ครับ Pec ชอบ ดร กอบศักดิ์ หรือเปล่าครับ
ผมว่าการที่คนเรารู้แบบไม่ดี รู้แบบครึ่งๆกลางๆ
January 8, 2010 at 05.50 PM
ผมขอตัวไปทำอะไรกับคุณแม่ ก่อนนะครับ
เพราะวันนี้ผมต้องไปทานของว่างก่อนใช้เวลาก่อนครับ
คุณแม่ของผม ค่อนข้างจะ ตรงเวลาครับ
แล้วผมจะมาครับ ตอบไว้ครับ
ขอบคุณมากครับ ที่มาคุยครับ
January 8, 2010 at 05.58 PM
เรียกว่า อาเป๊ก ก็ได้ครับ
ชอบมากครับ ชอบดร กอบศักดิ์มากครับ แต่ว่าไม่ค่อยแสดงออกมากเท่าไหร่ เพราะเราเองก็รู้ ท่านก็น่าจะรู้ครับ
ถ้าระยะเวลาได้ผ่านไป ทุกอย่างมักมีเวลาเป็นเครื่องพิสูจน์เสมอครับ ทุกเรื่องครับ
บางคนพูดอย่างทำอย่าง อย่างนี้ไม่ดีครับ ไม่ควรเอาอย่างครับ
และเมื่อพูดเรื่องเวลา ดีครับ เป็นคนตรงต่อเวลา เป็นเรื่องที่พูดง่ายแต่สังคมไทยทำยากมากครับ
ยกตัวอย่าง
เพื่อนกลุ่มหนึ่งของอา บอกว่ามาเจอกันที่ 18.00
อาจะรู้ว่าเขามาจะมาที่ 18.15-18.25 ทำให้อะไรต่างๆมันคลาดเคลื่อน จนบางทีจนชิน เเละต้องมีการนัดเวลาล่วงหน้า หรืออะไรวุ่นวายกันยกใหญ่
แต่บางทีเพื่อนอาคนหนึ่งที่เป็นคนตรงต่อเวลามาก เขานัดอา แต่อากลับไปติดนิสัยกับเพื่อนกลุ่มนั้นมา อาก็โดนว่าได้
ดังนั้น อาว่าการตรงต่อเวลาเป็นเรื่องที่ดี
การมีวินัยในการอดออม และ ให้เวลา เป็นเครื่งพิสูจน์ความอดทน ในเรื่องรักษาวินัยเป็นเรื่องที่ดีครับ
คุณแม่เป็นคนที่น่ารักมากครับ ตอนนี้อาจจะดูออกบ่นบ้าง เพราะแม่อา บ่นมากประจำครับ แต่อย่างไร ท่านก็ล้วนแล้วแต่น่ารักมากครับ และ อาจจะ จริงจังบ้างบางครั้ง เราก็ควรยอมท่านก็เราเป็นลูกของท่าน จริงมั้ยครับ
ทานเยอะๆจะได้โตครับ คุณแม่คงคิดว่าหิวกลับจากโรงเรียนก็ทำขนม หา ขนมว่างมาให้ เป็นเรื่องที่น่ายินดีมากนะครับ
ฝากบอกว่าคุณแม่น่ารักมาก ครับ
January 8, 2010 at 06.05 PM
ขอบคุณมากค่ะ ดร กอบศักดิ์ เพิ่งเลิกงานค่ะ
เเละก็เหมือนฝนทำท่าจะตกด้วยค่ะ ช่วงนี้อากาศเป็นอะไรไม่ทราบค่ะ ดูแลรักษาสุขภาพด้วยนะค่ะ
ปล น้องไผ่ น่ารัก เขียนออกมาประทับใจมากค่ะ และก็ ทานขนมเผื่อกันด้วยนะค่ะ
คุณครูน่ารักมากที่ให้ของขวัญที่น่ารัก คือไม่มีการบ้าน เพราะตอนสมัยเด็ก มักจะแอบขี้เกรียจมากๆเอาเหมือนกัน โดยเฉพาะศิลปะ ไม่เก่งมาก และ วิชาประดิษฐ์ ค่ะ ไม่รุ้ว่าสมัยนี้เขาเรียกว่าอะไรกันแล้วค่ะ
คุณแม่น่ารักค่ะ เชื่อฟังคุณพ่อคุณแม่ คุณครู และ ดร กอบศักดิ์ ค่ะจะได้โตมาเป็นอนาคตที่ดีของชาตินะค่ะ
เรียกว่า อาเพลิน ค่ะ
ยินดีที่รู้จักค่ะ
และ คุณ Pec (เป๊ก) ด้วยค่ะ ขอบคุณ link ด้วยค่ะที่อยู่ใน Jim Rogers ค่ะ
ปล ขอกลับบ้านก่อนเเล้วค่ะ
January 8, 2010 at 06.23 PM
ขอบคุณมากค่ะ ดร กอบศักดิ์
สำหรับ ข้อมูลที่นำมาค่ะ
วันนี้รถต้องติดแน่นอน เพิ่งจะเลิกงานเหมือนกันค่ะ
ปล การที่มีเด็กๆๆมาทุกวันทำให้ Blog ดูมีชีวิตชีวาขึ้นมากค่ะ
และก็ เขียนอะไรที่ดี เเสดงออกชัดเจน ว่ารู้สึกอย่างไร น่ารักค่ะ
January 8, 2010 at 07.45 PM
ขอบคุณ ดร กอบศักดิ์ ค่ะ
เพราะว่า สนใจมากค่ะ เรื่องนี้ค่ะ
ปล จะรอนะค่ะ ว่าท่านชอบทานอะไร อยากตามไปชิมด้วยนะค่ะ
แล้วก็ ชอบทานอะไร ที่ไหน บอกด้วยค่ะ
January 8, 2010 at 08.32 PM
ดร กอบครับ ผมเองก็ต้องขอบคุณมากครับ
ดร กอบก็สามารถมากครับ
มีความ สามารถอธิบาย พูด สื่อสารกับคนทั่วไปที่ไม่มีพื้นฐาน ความรู้ ที่ดีให้เข้าใจ ได้ รวมถึงผม ผมขอบคุณครับ
January 8, 2010 at 08.50 PM
ตอบนะครับ
1. คุณ Patompong
ยินดีครับ พยายามอย่างยิ่งที่จะพูดให้ง่ายๆ ครับ
ดีใจที่เป็นประโยชน์ครับ
2. คุณ Nisanart
ขอบคุณครับ วันหลังจะเอาเรื่องมุมมองของนักเศรษฐศาสตร์ท่านอื่นๆ ที่ชื่อดังมมาเล่าให้ฟังอีกครับ
สำหรับเรื่องทานอาหาร เสาร์อาทิตย์นี้ จะมาเริ่มกระทู้ใหม่ครับ เรื่อง “ชวนชิม” เตรียมรายชื่อไว้นะครับ จะได้เอามาแลกกันไงครับ ชอบทานอาหารอร่อยเช่นกันครับ คุณพ่อชอบมาก ท่านจะพาไปทานร้านต่างๆ แต่ลืมไปมากแล้วครับ =D
3. คุณ Aungsumalin
ยินดีครับ วันนี้ติดนิดแต่ไม่มากครับ
เด็กๆ น่ารักครับ คุณอาอาด้วย อ่านแล้วก็อดยิ้มไม่ได้ครับ
หลายครั้งมาแอบฟังตอนเด็กๆ คุยกับคุณอาอาครับ น่ารักมาก ทุกคนเลย
……เดี๋ยวมาต่อครับ
January 8, 2010 at 09.13 PM
ดร กอบศักดิ์ ขอบคุณมากๆค่ะ
มาตอบด้วย ขอบคุณมากนะ พักผ่อนเยอะๆๆนะค่ะ
January 8, 2010 at 09.21 PM
ดร กอบศักดิ์ ดิฉันเพิ่งจะทราบว่า Eurozone น่าเป็นห่วงมาก เเต่ก็รู้ว่าน่าห่วงมานานพอควรเเล้ว เเต่ว่าดิฉันเองก็ไม่ค่อยจะเก่งมาก ดร กอบศักดิ์ ว่า อัตราการว่างงาน สเปนมีอัตราว่างงานสูงที่สุดที่ 19.4% แล้วเขาอยู่อย่างไรค่ะ เคยมีที่ไหนที่มากกว่านี้หรือไม่ค่ะ
น่าตกใจมากๆค่ะ แค่ 10% ก็ว่าเยอะเเล้ว
สวีเดน ไม่ใช่เงิน Euro หรือค่ะ เหมือน อังกฤษ เหรอค่ะ
ขอบคุณมากค่ะ
ดิฉันก็อ่านเรื่อยๆๆ เเต่ดิฉันก็งงว่าจะมาใช้อย่างไรกับ SET Index ค่ะ
แต่ขอบคุณที่อุตส่าห์หามาฝากค่ะ
January 8, 2010 at 10.18 PM
ต่อครับ
1. คุณวิจิตรา
ครับ ที่ยุโรปแย่มาก เพราะว่ามีปัญหสถาบันการเงินยังไม่จบ และแบงก์ที่ยุโรปใหญ่มากมาก เข้าไปอุ้มแล้วรัฐบาลก็ลำบากอย่างกรณีของ Iceland ครับ สำหรับประเทศที่มีการว่างงานสูงกว่าสเปนรอบนี้ น่าจะไม่มี แต่ว่าช่วงเกิด Great depression เมื่อ 80 ปีที่แล้ว ปรากฎว่ามีคนว่างงาน เกือบ 25% สูงมากที่สุดเป็นประวัติการณ์
ที่สเปนรอบนี้ เยอะแต่พอผ่านไปได้ เพราะรัฐบาลช่วยให้สวัสดิการ แต่รัฐบาลก้แย่ไปด้วยครับ เพราะภาระมาตกกับภาครัฐ
สวีเดนมีเงินของตนเองครับ เคยไปครั้ง สวยงามมาก วันหลังจะเอารูปมาฝากครับ
ส่วนที่ให้ไป เป็นภาพรวมของโลก สนุกๆ ไงครับ ได้ความคิดว่าโลกนี้จะเป็นอย่างไร
สำหรับ FIF ถ้าอยากออกไปท่องโลกครับ
ส่วน SET ถ้าเห็นบทความอะไรดีดีแล้วจะเอามาฝากครับ
วันนี้ว่าง เพราะพรุ่งนี้หยุดก็เลยมาตอบได้ครับ =D
2. คุณ Plearn
อากาศช่วงนี้ประหลาดครับ แต่ที่เหนื่อยจริงๆ คือรถติด แต่ก็รับได้
รักษาสุขภาพเช่นกันครับ
แต่ตอนเด็กๆ ตั้งใจทำการบ้านมากครับ ทำทุกอย่าง เพราะอาจารย์ชอบบอกว่า
สะอาดเรียบร้อยดีมาก 10 เด็ม จำได้ถึงทุกวันนี้ครับ
อาจารย์สอน ท่านน่ารักมาก โดยเฉพาะวิชาคณิตศาสตร์
3. คุณอา PEC
เห็นด้วยมากเลยครับ คุณแม่ทุกคน เหมือนกันหมด
ไม่ว่าเราจะอายุเท่าไร สำหรับท่าน เราเด็กเสมอ
กลับบ้านดึก ก็จะรอ
รอจนเรากลับเข้าบ้านแล้วก็จะสบายใจครับ
ถึงเข้านอนได้ =D
4. น้องไผ่
สวัสดีครับ ดีครับ การตรงเวลาเป็นนิสัยที่ดีมาก
5. น้องไผ่อีกที
ครับ ค่อยๆ เรียนรู้ จำได้ว่าตอนเรียนหนังสือ เรียนเศรษฐศาสตร์
อาจารย์ท่านหนึ่ง อ. Dornbursch ท่านเก่งมาก สอนไป หัวเราะไป
เล่าเกล็ดต่างๆให้เราฟัง สุดท้ายทุกอย่างก็อยู่ในหัว
จำได้เอง
แล้วเราก็ค่อยๆ เอามาประยุกต์ใช้ เปรียบเทียบหาความรู้เพิ่มเติม
แต่หัวใจสำคัญของการเรียนรู้ ครั้งนี้ก็คือ ความเข้าใจที่ถูกในครั้งแรก
เป็นกรอบ ที่เราจะใช้มอง ใช้ปรับต่อไป
สำคัญมาก ส่วนตัวโชคดีมากที่ได้อาจารย์ดี
ถ้าจะว่าไปที่พอไปได้ในชีวิต ก็เพราะอาจารย์ต่างๆที่สอนเรามานี่แหละครับ
เพราะท่านสร้างโครงบ้านของความรู้เราไว้ดี
ต่อเติมก็ง่าย ปรับก็ง่าย มีอะไรก็ทบทวนว่าท่านสอนอะไรไว้บ้าง
เลยบอกว่าอาจารย์สำคัญมาก
การที่เริ่มไว้ดี ก็จะทำให้ทุกอย่างง่ายขึ้นในภายหลัง
ไม่สับสน แล้วค่อยไปปรับภายหลัง ในส่วนที่เราเรียนรู้เพิ่มเติมครับ
เดี๋ยวมาต่อครับ….
January 10, 2010 at 11.27 AM
ขอบคุณมากครับ อาจารย์
เคยอ่านบทความของคุณKrugman ประเด็นเกี่ยวกับ liquidity trap น่าสนใจมากครับ
January 10, 2010 at 12.49 PM
ขอบคุณครับ ดร กอบศักดิ์
ประเด็นที่คุณ รติ บอกก็น่าสนใจมากครับ
ดร กอบศักดิ์ ครับ เรื่องวิกฤตที่เกิดเป็นย่อมๆๆ เช่น พวกเวียดนาม
ผมอ่านล่าสุดที่ เวเนนะครับ หรือเปล่าผมไม่มั่นใจว่าเขาลดค่าเงิน เรื่องนี้ก็น่าสนใจครับ
ตอนนี้มีวิกฤตเล็กๆๆน้อย ทุกย่อมๆๆครับเหมือนที่ดร กอบศักดิ์ เคยบอกไว้ครับว่าตอนนี้จะมีไฟฉายมาส่องไปทั่วๆว่าใครมีบ้างและ ก็โผล่มาเป็นระยะๆครับ
และอยากทราบว่ากลุ่มละตินอเมริกา ทำไมมันชอบเป็นเเบบนี้เยอะมาก การเมืองของมันก็ยุ่งมากครับ ดร กอบศักดิ์
ขอบคุณครับ ที่ทำให้ผมสนใจเรื่องที่ไม่เคยคิดว่าจะมาสนใจได้ครับ ขอบคุณที่ปูพื้นฐานครับ
เรื่อง Guideการลงทุนก็เยอะมากจริงๆครับ ขอบคุณครับ
January 10, 2010 at 12.50 PM
ขอบคุณมากครับ
เสาร์อาทิตย์นี้ตามเก็บ ย่อยไม่ทันเลยครับ ดร กอบศักดิ์
มีความสุขมากๆๆครับ อ่านที่เขียนกับเด็กๆๆก็สนุกมากครับ หัวเราะคริคริ ไปครับ
ชีวิตก็มีอะไรที่สนุกครับ
January 10, 2010 at 04.53 PM
venezuela เพิ่งจะลดค่าเงินไปค่ะวันศุกร์ค่ะ
เห็นด้วยกับคุณอรรถภงศ์ค่ะ
และ ก็อยากรู้เรื่อง liquidity trap ค่ะที่คุณ Krugman เขียนค่ะ
ดร กอบศักดิ์ ขอให้มีความสุขวันอาทิตย์ ค่ะ
ขอบคุณมากค่ะ
January 10, 2010 at 07.48 PM
ขอบคุณมากครับ
แล้วจะบอกคุณแม่ครับ ว่าคุณอาเป๊ก ฝากชมท่านครับ
ผมว่าคุณอา ก็ใจดีครับ และก็ดูว่าจะเก่งการลงทุนมากด้วยครับ
ขอบคุณมากครับ
January 10, 2010 at 07.51 PM
ครับ ผมไม่ชอบเรื่องศิลปะ หมายถึงการวาดรูปผมไม่เคยจะดีมากนักครับ
เเต่การประดิษฐ์ ถ้าเป็นการสาน การฝีมือไม่ได้เรื่องครับ สงสัยผมคงเหมือนคุณอาเพลินครับ
แต่ถ้าเป็นการทดลอง หรืออกแบบ พวกนี้ก็ชอบมากครับ พวกต่อหุ่นยนต์แบบนี้ถนัดมาก
jigsaw puzzles ชอบครับชอบปริศนาครับ
ผมชอบ โคนันครับ คุณอาเพลินรู้จักหรือเปล่าครับ
แต่การฝีมือไม่ได้เรื่องจริงๆครับ ขอคุณแม่ช่วยบ่อยๆๆครับ ฮาฮา
ครับ คุณแม่ผมท่านน่ารักมากครับ ผมรักคุณแม่มากครับ
January 10, 2010 at 08.01 PM
ดร กอบศักดิ์ ครับผมไม่เคยห่วงหรือสงสัยอะไรเลยที่ท่านมาพูดเเละมาบอก
เพราะผมรู้ว่า การที่จะเป็นลูกศิษย์ที่ฉลาดได้ ส่วนที่สำคัญมากที่สุดคือ
การรู้จักมอง หรือรู้จักหา คนที่จะมาเป็นคุณครู หรืออาจารย์ ที่ฉลาดให้พบ ให้เจอเสียก่อนครับ
เพราะเพียงเเค่นี้ก็คือการเริ่มต้นที่ดีมากครับ
ขอฝากตัวไว้ครับ ฝากตัวไว้ก่อนได้มั้ยครับ
ดร กอบศักดิ์ ครับ
ผมคิดว่า ผมรู้มากมายได้ รุ้อะไรที่เยอะมากกว่าเดิมได้เพราะ ดร กอบศักดิ์มีส่วนสำคัญมาก อาจจะที่สุดเลยที่วางพื้นฐานให้ผมเข้าใจ ผมเข้าใจเรื่องเศรษฐกิจ และ เรื่องเศราฐศาสตร์
นอกจากนั้นยังเข้าใจว่าการดำเนินชีวิตที่ดี ต้องพยายามทำอย่างไรครับ
ทั้ง IQ EQ มาจากดร กอบศักดิ์ ครับเกือบหมด
เเละคุณพ่อและคุณแม่ก็ชอบท่านมากครับ เเละชมให้ฟังบ่อยๆ ครับ แล้วจะรออ่านนะครับ
ขอบคุณมากครับ
ปล ผมว่าผมเองก็โชคดีมากที่มารู้จัก ดร กอบศักดิ์ ครับ
ผมดีใจมากครับ ขอบคุณครับ
Leave a comment