May 13, 2009
Posted by KOBSAK (ADMIN)
จะเก็บออมอย่างไร ให้มีเงินเก็บ
คอลัมน์ ไขปัญหาเศรษฐกิจกับ ดร. กอบ
คนชอบถามว่าจะเก็บออมอย่างไรดี ถึงจะมีเงินเก็บไว้สำหรับอนาคต วันนี้จึงอยากจะมาเล่าถึงประสบการณ์ส่วนตัว เรื่อง การออมเงิน ก่อนอื่นขอฟันธงว่า ปัญหาเรื่องการเก็บออม ส่วนมากมาจากตัวเราเอง
เชื่อหรือไม่ว่า ผมทำงานมาเป็นเวลา 12 ปี แต่ในช่วงดังกล่าว จะเริ่มมีเงินเก็บออมก็เพียงช่วง 4 ปีหลังเท่านั้น ที่เป็นเช่นนี้ ไม่ได้เป็นเพราะว่า มีเงินเดือนน้อย หรือมีภาระค่าใช้จ่ายความรับผิดชอบทางบ้านมากมาย แต่เป็นเพราะเรื่องเล็กน้อยที่มองข้ามไป คือ นิสัยในการออม
ในช่วงทำงานแรกๆเคยตั้งใจไว้ว่า “ทุกเดือนใช้จ่ายแล้วเหลือเท่าไร จะเก็บออมไว้ให้หมดสำหรับอนาคต”
แต่ความตั้งใจที่ฟังดูดีนี้ “ใช้จ่ายเหลือเท่าไรแล้วจะเก็บออม” ได้กลายเป็นอุปสรรคสำคัญในการเก็บออมของผม เพราะทุกเดือนจะประสบความสำเร็จอย่างยิ่งในการใช้จ่ายจนหมดตามเท่าที่ได้มา เรียกว่า มีเงินเดือนเท่าไรใช้เท่านั้น และบางเดือนก็ใช้มากกว่าเงินเดือนเล็กน้อย เพราะรูดบัตรได้
ตอนแรกๆก็ปลอบใจตนเองว่าเป็นเพราะเราเงินเดือนน้อย จึงมีไม่พอใช้ แต่ปีแล้วปีเล่า เงินเดือนก็มากขึ้นทุกที แต่ก็ไม่เคยพอ วันหนึ่งจึงหยุดแล้วหันมาถามตนเองว่า ทำไมเป็นเช่นนี้ ก็เลยถึงบางอ้อว่า มนุษย์เราเป็นเครื่องจักรที่ใช้เงินเก่งที่สุด มีเท่าไรก็ใช้ได้หมด เพราะในโลกนี้มีสิ่งของล่อใจมาก บางอย่างก็ดูไม่ได้ฟุ่มเฟือยอะไร และมีประโยชน์ เช่น หนังสือ พอไปเดินห้างวันเสาร์อาทิตย์ ก็ซื้อกลับมาหลายๆเล่ม เล่มนี้ก็อยากได้ เล่มโน้นก็อยากได้
ยิ่งสมัยนี้มีทั้งพวก “ใช้ก่อนผ่อนทีหลัง” “เที่ยวก่อนแล้วจ่ายเป็นเดือน 3 เดือน 6 เดือน” รวมถึงพวก “รูดปรื้ด รูดปรื้ด” จึงไม่น่าแปลกใจที่คนส่วนมากจะไม่มีเงินเก็บ
จุดเปลี่ยนในชีวิต ที่เป็นจุดเปลี่ยนของชีวิต ก็เพราะได้มาทบทวนว่า ทำไมตนเองเรียนมาก็มาก เงินเดือนก็พอควร แล้วไม่มีเงินเก็บ พอตรึกตรองดูก็คิดว่าปัญหาอยู่ที่ความตั้งใจที่จะ “ใช้ก่อนออมทีหลัง” นี้แหละ ยิ่งเงินเดือน เงินเก็บรวมกันอยู่ในบัญชีเดียวกับ ATM ก็ยิ่งแล้วกันใหญ่ เพราะใช้เพลิน ใช้แล้ว ยังเห็นว่ามีเหลืออยู่อีก พอที่จะใช้อีก สุดท้ายก็หมด
ตอนหลังก็เลยตั้งใจใหม่ว่าเราจะ “ออมก่อนแล้วใช้ทีหลัง” คือได้เงินเดือนมาเท่าไร ก็จะรีบแบ่งออกไปเก็บอีกบัญชีต่างหาก (เช่น 10% 20% หรือ 30%) ตั้งแต่ต้นเดือน แล้วใช้เฉพาะส่วนที่เหลือ ถ้าหมด ก็จะหยุดไม่ไปเที่ยวห้าง เพื่อจะไม่เห็นสิ่งที่ล่อใจทั้งหลาย
ที่ได้ความคิดนี้มา เป็นเพราะวันหนึ่งมีโอกาสไปสัมภาษณ์คุณป้าที่เชียงใหม่ ที่ทำกระดาษสาขาย คุณป้าไม่ได้จบอะไร แต่คุณป้ามีบ้าน 7 หลัง รถ 7 คัน จากแต่ก่อนต้องนอนกระต๊อบ ไปถามว่าคุณป้าบริหารเงินอย่างไร
คุณป้าบอกว่า “ป้ามีเงินเก็บ 3 บัญชี บัญชีแรกไว้ใช้จ่ายในแต่ละวัน พอมีเงินเหลือก็โยกไปอีกบัญชีที่ 2 ไว้ลงทุนขยายกิจการ พอมีเงินเหลือในบัญชีที่สองมากๆ ไม่รู้จะลงทุนอะไร ก็จะย้ายเอาไปใส่ในบัญชีที่ 3 ซึ่งเป็นบัญชีเงินเย็นไว้ซื้อที่ดิน เก็บออมไว้สำหรับอนาคต” จากการแบ่งบัญชีง่ายๆ ทำให้คุณป้ามีเงินเก็บมากมาย
จุดนี้ได้กลายเป็นจุดเปลี่ยนของชีวิต ทำให้เกิดความมานะที่เริ่มเก็บออมใหม่ โดย “ออมก่อนใช้ทีหลัง” และ “แบ่งบัญชีเงินเก็บออกมาต่างหาก” ที่ไม่ใช่บัญชีที่มีบัตร ATM หลังจากนั้น ทุกเดือนพอได้เงินเดือนมาก็รีบตัดใส่บัญชีเงินออม ทำให้เงินที่ออมเพิ่มพูนงอกเงยมาตลอด ยิ่งตอนหลังพอเริ่มติดเป็นนิสัย ก็ยิ่งอยากออมมากขึ้น
ในเรื่องนี้ เมื่อ 4-5 เดือนที่แล้ว เคยอ่านหนังสือเล่มหนึ่ง คือ The Richest Man in Babylon แปลเป็นไทยชื่อว่า “เศรษฐีชี้ทางรวย” ซึ่งท่านมหาเศรษฐีสอนไว้ว่า “เงินที่เราเก็บออมไว้คือเงินของเรา ส่วนเงินที่เราเก็บไว้ในกระเป๋าไว้ใช้จ่าย เป็นเงินของคนอื่น” ตรงนี้ก็โดนใจมาก รู้สึกว่าใช่เลย ถ้าไม่ตัดเงินออมออกไปเก็บ ยังอยู่ในกระเป๋า ท้ายสุดก็จะเอาไปใช้จ่ายจนกลายเป็นเงินของคนอื่นไปหมด
ตรงนี้ บางคนคงอยากถามว่า “แต่ปัจจุบันผม/ฉันมีเงินไม่พอจ่าย แล้วจะเอาเงินมาจากไหนมาเก็บออม” คำตอบก็คือ “เงินที่จะออมมีอยู่แล้ว มีอยู่ในกระเป๋าเรา” ปัญหาอยู่ที่ตอนจ่าย เราไม่ทันเฉลียวใจว่าเราจ่ายอะไรบ้าง ถ้าลองอดทนจดรายละเอียดดูว่า เดือนหนึ่งๆ ใช้จ่ายกับอะไรบ้าง ก็จะพบว่ามีหลายอย่างที่ไม่จำเป็น ซึ่งถ้าลดได้ เงินเหล่านี้ก็จะเป็นเงินของเราจริงๆ และเป็นเงินออมสำหรับอนาคต









12 Comments
September 8, 2009 at 04.09 AM
ดีมากเลยคับ
ตรงมากๆๆ
ขอบคุณคับ
September 10, 2009 at 10.58 AM
ขอคำแนะนำในการออมเงินสำหรับผู้ประกอบกิจการขนาดกลางที่ต้องจ่ายเรื่องลูกและใช้จ่ายประจำวันด้วยขอบพระคุณายิ่ง
September 10, 2009 at 11.09 AM
พึ่งเข้ามาเป็นครั้งแรกชอบมากคะอ่านหนังสือเจอเวปนะคะขอบคุณคะ
January 8, 2010 at 02.59 PM
ชอบคำนี้มากค่ะ เงินออมคือเงินของเรา เงินที่เก็บไว้ในกระเป๋าไว้ใช้คือเงินของคนอื่น ตอนนี้มีความสุขกับการออมเงินมากค่ะ ช่วงต้นไม่มีเงินออมเลยเพราะใช้ก่อนออม เงินเดือนน้อยไม่พอใช้ พอเงินเดือนเยอะก็ยังไม่พอใช้ ตอนนี้เปลี่ยนมาเป็น ออมก่อนใช้ สนุกดีค่ะ เวลาเห็นตัวเลขในบุ๊คแบงค์เพิ่มขึนเรื่อยๆ ขอเป็นกำลังใจให้คนอยากออมเงินทุกๆท่านนะคะ
January 30, 2010 at 01.22 AM
อ่านเเล้วได้ข้อคิด
ตรงมากคะ เพราะว่ายังไม่ออมมากพอควร
ขอบคุณคะ ที่ถ่ายทอดออกมาได้คิดมากๆเรื่องนี้
ขอบคุณคะ
June 26, 2010 at 03.41 AM
อ่านแล้วโดนนะคะ แต่ตอนนี้กำลังเรียนอยู่พ่อแม่ส่งตังค์ให้ใช้ไม่เคยพอคะ แถมยืมเพื่อนอีกต่างหากคะเป็นเพราะเป็นคนที่ชอบใช้ก่อนออมจริงๆคะ
ขอบคุณมากคะที่ทำให้ได้ข้อคิดดีๆ เยี่ยมจริงๆคะ
January 4, 2011 at 01.32 AM
ชอบมากๆเลยค่ะ ตอนนี้พยายามออมเงินอยู่ แต่หลุดตะบะแตกเรื่อย
March 25, 2011 at 09.47 AM
ชอบค่ะ และทุกอย่างก็อยู่ที่ใจของเรา และความอดทนของเราค่ะ
ว่าเราจะมีความอดทนที่จะเอาชนะใจตัวเองได้มาแค่ไหนค่ะ
ถ้าเราเอาชนะใจตัวเองได้ ว่าจะไม่ไปตามสิ่งล่อตา ล่อใจ ในสิ่งที่
ฟุ่มเฟือยได้
July 9, 2011 at 09.57 AM
สุดยอดครับกามานานละครับ ขอบคุณจริงๆ
August 1, 2011 at 01.41 PM
รู้สึกมีกำลังใจในการเก็บออมมากขึ้นกว่าเดิมคับ เพราะว่าทุกวันนี้มีกระปุกออมสินอยู่ที่ห้องอันนึง จะหยอดตังต์เหรียญตลอดเลย ส่วนแบงค์เก็บไว้ใช้ และผมจะฝากเงินทุกเดือนคับ เดือนละ 500 เพราะว่าเป็นนักศึกษาอยู่ยังไม่มีรายได้
December 31, 2011 at 11.46 AM
ขอบคุณสำหรับข้อมูลที่นำมาแบ่งปัน ปีที่จะถึงนี้ เราจะเริ่มต้นใหม่ และเข้มงวดกับตัวเองมากขึ้นในการเก็บออม
June 16, 2012 at 11.12 AM
ป้ามี4บัญชีเลย 5555555555555 จากหนี้ 1000000 ตอนนี้ เหลือ 2000000 ค่ะ
Leave a comment