January 18, 2012
Posted by KOBSAK (ADMIN)
การลดอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศในสหภาพยุโรป
คอลัมน์ ไขปัญหาเศรษฐกิจกับดร.กอบ
เมื่อปลายสัปดาห์ที่แล้ว สถาบันจัดอันดับเครดิตชั้นนำของโลก คือ Standard & Poor’s ได้ประกาศลดอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศต่างๆ จำนวน 9 ประเทศ ในสหภาพยุโรป โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ฝรั่งเศส และ ออสเตรีย (ซึ่งเป็น 2 ใน 6 ประเทศของสหภาพยุโรปที่เคยได้รับการจัดอันดับว่าน่าเชื่อถือสุดที่ AAA) ลงมา 1 อันดับเหลือ AA+
ส่วนประเทศในกลุ่มลูกหมู เช่น สเปน อิตาลี โปรตุเกส ต่างถูกลดอันดับลงคนละ 2 ขั้น ทำให้ตอนนี้อันดับเครดิตของโปรตุเกสลงสู่ระดับ Junk bond ครั้งแรก และยังมีประเทศเล็กๆ เช่น ไซปรัส มอลต้า สโลวาเนีย สาธารณรัฐสโลวาก ที่ถูกลดอันดับเช่นกัน
นอกจากนี้ ประกาศเตือนว่า อาจจะลดอันดับเครดิตของประเทศในสหภาพยุโรปลงอีกในช่วง 2 ปีข้างหน้า
หลายคนคงสงสัยว่าทำไม จึงต้องลดอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศเหล่านี้ลง
S&P ชี้แจงว่า ที่ต้องทำเช่นนี้เพราะทางสถาบันมองว่า ความพยายามในการแก้ไขปัญหาในปัจจุบันของสหภาพยุโรป ไม่เพียงพอ สถานการณ์ยังน่ากังวลใจในหลายๆ ด้าน อาทิ ปัญหาสภาพคล่องในกลุ่มสถาบันการเงินของยุโรป ความเสี่ยงที่กำลังเพิ่มขึ้นในยุโรปในสายตาของนักลงทุน ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นหลังจากทุกคนในยุโรปพยายามรัดเข็มขัด ลดระดับการกู้ยืมลง การชะลอตัวของเศรษฐกิจ รวมไปถึงการที่ผู้นำของประเทศในกลุ่มสหภาพยุโรปที่ตกลงกันไม่ได้ ในเรื่องสำคัญๆ
ยิ่งไปกว่านั้น
1. เงินช่วยเหลือที่พูดกันอยู่ในปัจจุบัน ที่ 5 แสนล้านยูโร ก็ไม่น่าจะใหญ่พอสำหรับปัญหาที่จะเกิดขึ้น
2. สหภาพยุโรปกำลังเดินผิดทาง วิกฤตไม่ได้มาจากปัญหาด้านการคลังอย่างเดียว แต่มาจากปัญหาเชิงโครงสร้างที่ประเทศในกลุ่มลูกหมูนั้น ไม่มีประสิทธิภาพในการผลิต ไม่สามารถแข่งขันได้กับประเทศอื่นๆ อีกทั้งยังได้รับเงินกู้จากต่างประเทศมากจนเกินไป ซึ่งการที่ประเทศในกลุ่ม EU ไม่เข้าใจเรื่องนี้ และยัง ดำเนินการแก้ไขปัญหา โดยการเน้นแต่เรื่องการรัดเข็มขัดด้านการคลังเพียงอย่างเดียว จึงจะไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้น และจะซ้ำเติมให้สถานการณ์แย่ลงไปอีก จากเศรษฐกิจที่จะทรุดลง การใช้จ่ายของประชาชนที่จะลดลงจากความกังวลใจเรื่องโอกาสการจ้างงาน ซึ่งท้ายสุดจะนำไปสู่ความล้มเหลวในการแก้ไขปัญหา
3. นอกจากนี้ ยังมีความเสี่ยงว่า ประเทศต่างๆ ในยุโรปที่กำลังแก้ไขปัญหาอยู่ในขณะนี้ อาจจะเดินต่อไปได้ยาก ปฏิรูปต่อไปไม่ค่อยได้ หลังประชาชนประท้วงกันบ่อยครั้ง และเสถียรภาพทางการเมืองของรัฐบาลลดลง
นัยคืออะไร
ในระยะสั้นๆ มีผลกระทบ แต่ไม่น่าจะแรงเท่าตอนที่สหรัฐถูกลดอันดับ เนื่องจากผลที่ออกมาดีกว่าที่คาดไว้ (เดิมคาดกันไว้ว่าฝรั่งเศสจะถูกลดอันดับลง 2 ขั้น) นอกจากนี้ ทั้งฝรั่งเศสและออสเตรียเป็นประเทศที่มีขนาดเล็กว่าสหรัฐมาก ทำให้ในวันแรกของการลดอันดับ หุ้นในยุโรปปรับตัวลงไม่มากนัก
ส่วนสิ่งที่น่าติดตามมองคือ (1) ระดับความน่าเชื่อถือของกองทุน EFSF ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญของยุโรปในการช่วยเหลือประเทศที่เกิดปัญหา ที่อาจจะถูกลดอันดับเครดิตลงจาก AAA (2) กรณีของอิตาลีที่อันดับความน่าเชื่อถือลดลงมาที่ BBB+ และจะมีนัยกับการกู้ยืมของแบงก์ในอิตาลีจาก ECB และจะมีผลกับการยืมสภาพคล่องจาก LCH Clearnet ซึ่งทำหน้าที่เหมือนกับศูนย์ฝากหลักทรัพย์ของไทย และ (3) สเปนซึ่งตอนนี้ก็ถูกลดอันดับความน่าเชื่อถือลงมาที่ A อยู่บนเป็นเส้นที่ทาง ECB ขีดไว้สำหรับการใช้เป็นหลักประกันในการกู้ยืมสภาพคล่องระยะยาว 3 ปี
จึงกล่าวได้ว่า ปัญหาหนี้ในยุโรปจึงเป็นหนังม้วนยาวที่ต้องตามกันต่อไป ประมาทไม่ได้ เพราะยิ่งนับวัน สถานการณ์ก็ค่อยๆ แย่ลง ก็ขอเอาใจช่วยทุกคน และขอให้เตรียมการรับมือความผันผวนจากยุโรป ซึ่งจะมาเป็นระลอกๆ ในปีนี้ครับ
ที่มา : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ ประจำวันที่ 18 ม.ค. 55
คอลัมน์ ไขปัญหาเศรษฐกิจกับดร.กอบ








